สร้างแบรนด์

โฆษณาอาหารเสริม ข้อห้ามและวิธีเขียนให้ไม่ผิดกฎหมาย

ขวดอาหารเสริมข้างหนังสือกฎหมายและค้อนไม้ ภาพประกอบข้อห้ามโฆษณาอาหารเสริม

อัปเดตข้อมูล: 20 ตุลาคม 2569

โฆษณาอาหารเสริม ต้องไม่เป็นเท็จหรือหลอกลวง และถ้าโฆษณาแสดงคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร ต้องได้รับอนุญาตก่อนและแสดงเลขใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) การมีเลข อย. บนฉลากไม่ได้แปลว่าโฆษณาได้รับอนุญาตแล้ว สองเรื่องนี้แยกกัน

บทความนี้อธิบายข้อห้ามหลัก เมื่อไรต้องขออนุญาต ตัวอย่างข้อความเสี่ยงเทียบกับข้อความที่ปลอดภัยกว่า และเช็กลิสต์ก่อนโพสต์ลง Facebook หรือ TikTok เหมาะกับเจ้าของแบรนด์ แอดมินเพจ และครีเอเตอร์ที่รีวิวอาหารเสริม

โฆษณาอาหารเสริมในไทยถูกควบคุมอย่างไร

อาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นอาหารตามกฎหมายไทย จึงอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ซึ่งมีหลักการสำคัญสองข้อที่เกี่ยวกับการโฆษณา

  • ห้ามโฆษณาเท็จหรือหลอกลวง มาตรา 40 ห้ามโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จหรือหลอกลวงให้ผู้บริโภคหลงเชื่อโดยไม่สมควร
  • ต้องได้รับอนุญาตสำหรับโฆษณาบางลักษณะ ตามข้อมูลของ อย. โฆษณาที่แสดงคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และต้องแสดงเลข ฆอ. ในรูปแบบ “ฆอ. xxx/xxxx”

เลข ฆอ. คือเลขใบอนุญาตโฆษณาอาหาร เป็นคนละเลขกับเลขสารบบอาหาร 13 หลักที่อยู่ในกรอบเครื่องหมาย อย. บนฉลาก วิธีตรวจเลข 13 หลักอธิบายไว้ใน เช็คเลข อย อาหารเสริม 13 หลัก

อย. ติดตามโฆษณาทางวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และอินเทอร์เน็ต โดยมีเป้าหมายลดโฆษณาผิดกฎหมายทั้งจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ สื่อ และผู้ดำเนินรายการ ข้อมูลภาพรวมอ่านได้ที่ ข้อมูลเรื่องโฆษณาอาหารของ อย.

เกณฑ์ที่ใช้พิจารณาข้อความโฆษณาในปัจจุบันคือประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2569 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 27 กรกฎาคม 2569 และมาแทนฉบับ พ.ศ. 2564 ก่อนเขียนข้อความขายควรอ่านฉบับจริงอีกครั้ง

ข้อห้ามโฆษณาอาหารเสริมมีอะไรบ้าง

ข้อห้ามที่พบบ่อยและควรยึดเป็นหลักมีดังนี้ สรุปจากหลักกฎหมายอาหารที่กล่าวมา ไม่ใช่รายการครบถ้วนทุกกรณี

หมวดข้อห้ามตัวอย่างลักษณะข้อความเหตุผล
อ้างว่ารักษาหรือป้องกันโรค“หายขาด” “รักษาเบาหวาน” “ป้องกันมะเร็ง”อาหารเสริมเป็นอาหาร ไม่ใช่ยา
โอ้อวดเกินจริง“ได้ผล 100%” “เห็นผลใน 3 วันแน่นอน”เสี่ยงเป็นการหลอกลวงให้หลงเชื่อ
รับประกันผล“การันตีคืนเงินถ้าไม่ผอม”ผลต่อแต่ละคนไม่เท่ากัน และเป็นการอ้างสรรพคุณ
อ้างอิงงานวิจัยหรือผู้เชี่ยวชาญลอย ๆ“แพทย์ยืนยัน” “วิจัยรับรอง” โดยไม่มีที่มาข้อมูลที่ตรวจสอบไม่ได้
ใช้ภาพก่อนหลังเกินจริงภาพก่อน-หลังที่ตัดต่อหรือเลือกเฉพาะเคสดีสื่อให้เข้าใจว่าใคร ๆ ก็ได้ผลแบบเดียวกัน
ใช้บุคลากรการแพทย์หรือสัญลักษณ์การแพทย์ภาพชุดแพทย์ พยาบาล หรือสัญลักษณ์ทางการแพทย์สื่อว่ามีการรับรองทางการแพทย์ ควรตรวจกับ อย. ก่อนใช้
ระบุสารสำคัญเชิงสรรพคุณระบุสารอาหารหรือสารสำคัญพร้อมบอกประโยชน์ตามข้อมูล อย. การระบุสารอาหารหรือสารสำคัญในโฆษณาถือเป็นการแสดงสรรพคุณ

คำต้องห้ามโฆษณาอาหารเสริมมีรายการตายตัวไหม

เท่าที่ตรวจพบ ไม่ควรมองหา “รายคำต้องห้าม” เพียงอย่างเดียว เพราะการพิจารณาโฆษณาดูความหมายรวมของข้อความ ภาพ และเสียงในโฆษณานั้น ข้อความที่ไม่ได้เขียนคำว่ารักษา แต่ให้ความหมายเดียวกัน ก็ยังเสี่ยง ตัวอย่างเช่น เล่าเรื่องคนไข้ที่ “หายแล้ว” หรือใช้ภาพที่สื่อว่าโรคหาย

ดังนั้นแทนที่จะท่องคำต้องห้าม ให้ถามตัวเองสามข้อก่อนใช้ทุกข้อความ

  1. ข้อความนี้ทำให้คนเข้าใจว่าสินค้าช่วยรักษา บรรเทา หรือป้องกันโรคหรือไม่
  2. ข้อความนี้ให้ผลลัพธ์ที่รับประกันหรือคาดการณ์แทนทุกคนหรือไม่
  3. ข้อความนี้พิสูจน์ได้ด้วยเอกสารที่เราถืออยู่จริงหรือไม่

ถ้าข้อใดข้อหนึ่งตอบว่าใช่ ควรเปลี่ยนข้อความหรือไปขออนุญาตก่อน

ตัวอย่างข้อความเสี่ยงกับข้อความที่ปลอดภัยกว่า เขียนต่างกันอย่างไร

ตารางนี้เป็นตัวอย่างแนวคิดการเขียน ไม่ใช่การรับรองว่าข้อความใดผ่านการพิจารณาของ อย. แต่ละโฆษณาถูกพิจารณาตามบริบทเสมอ

ข้อความเสี่ยงปัญหาทิศทางที่ปลอดภัยกว่า
“กินแล้วหายขาด ไม่ต้องไปหาหมอ”อ้างรักษาโรคและชวนให้เลิกพบแพทย์พูดถึงข้อเท็จจริงของสินค้า เช่น รูปแบบ ขนาดบรรจุ วิธีรับประทานตามฉลาก
“ลดน้ำหนักได้ 5 กิโลใน 7 วัน การันตี”ตัวเลขและการรับประกันผลหลีกเลี่ยงตัวเลขผลลัพธ์ เล่าแนวคิดแบรนด์หรือรายละเอียดสินค้า
“หมอแนะนำ ใช้แล้วดีขึ้นทุกคน”อ้างผู้เชี่ยวชาญและผลกับทุกคนถ้าจะอ้างต้องมีที่มาตรวจสอบได้ และตรวจกับ อย. ก่อนใช้
ภาพก่อน-หลังพร้อมข้อความ “ผลจริง ไม่ตกแต่ง”สื่อให้คาดหวังผลเหมือนกันใช้ภาพสินค้าและบรรจุภัณฑ์แทน
“เสริมภูมิคุ้มกันต้านโรค”สื่อถึงการป้องกันโรคเลี่ยงข้อความสื่อสุขภาพเชิงสรรพคุณ หรือขออนุญาตก่อนใช้
“แบรนด์ A ผลิตโดยโรงงานมาตรฐาน” โดยไม่มีที่มาอ้างมาตรฐานที่ตรวจสอบไม่ได้ระบุสิ่งที่มีเอกสารยืนยันจริงเท่านั้น

ข้อควรระวัง: ข้อความ “ปลอดภัยกว่า” หมายถึงความเสี่ยงต่ำกว่า ไม่ได้การันตีว่าผ่าน ถ้าต้องการพูดถึงประโยชน์ของสินค้า ให้ใช้ช่องทางขออนุญาตโฆษณา

ขออนุญาตโฆษณาอาหารเสริมต้องทำอย่างไร

หน้าขออนุญาตโฆษณาของกองอาหาร อย. แบ่งการขออนุญาตโฆษณาอาหารเป็นสองประเภท คือ แบบเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข และแบบไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข โดยมีคู่มือและแบบฟอร์มให้ดาวน์โหลด

ขั้นตอนโดยสรุปมีดังนี้ ให้ตรวจรายละเอียดล่าสุดกับกองอาหารเสมอ

  1. เตรียมข้อความ ภาพ และเสียงของโฆษณาที่จะใช้จริง ให้ครบทุกชิ้น
  2. ตรวจว่าผลิตภัณฑ์มีเลขสารบบอาหารและฉลากถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
  3. เลือกประเภทคำขอตามเนื้อหาของโฆษณา
  4. ยื่นคำขอและแนบเอกสารตามที่ อย. กำหนด ผ่านช่องทางที่กองอาหารเปิดให้ยื่น
  5. รอผลการพิจารณา ถ้าได้รับอนุญาตจะได้เลข ฆอ.
  6. นำเลข ฆอ. ไปแสดงในโฆษณา และใช้เฉพาะข้อความที่ได้รับอนุญาต

ส่วนโฆษณาที่ไม่มีเนื้อหาแสดงสรรพคุณ อย. มีแนวทางแจ้งความประสงค์โดยยื่นผ่านระบบ e-submission ของกองอาหาร หน้าข้อมูลของ อย. ระบุว่ากรณีนี้ต้องมีหนังสือแจ้งความประสงค์ และเนื้อหาโฆษณาห้ามมีสรรพคุณแฝงอยู่เลย หากพบจะถูกคืนคำขอโดยไม่คืนค่าคำขอ ดูเงื่อนไขล่าสุดได้ที่ หน้า e-submission ของกองอาหาร อย. เนื่องจากเงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลามีการปรับได้ จึงไม่ขอระบุตัวเลขไว้ในบทความนี้

ลักษณะโฆษณาต้องทำอะไร
แสดงคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารขออนุญาตก่อน และแสดงเลข ฆอ.
ไม่แสดงสรรพคุณเลย (เช่น บอกชื่อสินค้า ภาพบรรจุภัณฑ์)ตามแนวทาง อย. ไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องไม่มีสรรพคุณแฝง และอาจใช้ช่องทางแจ้งความประสงค์
โฆษณาเท็จหรือหลอกลวงห้ามทุกกรณี ไม่ว่าจะขออนุญาตหรือไม่

โฆษณาอาหารเสริมผิดกฎหมายมีโทษอะไรบ้าง

มาตรา 40 ที่ห้ามโฆษณาเท็จหรือหลอกลวง มีโทษตามมาตรา 70 ของพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ตัวบทที่กองอาหาร อย. เผยแพร่ระบุว่า ผู้โฆษณาอาหารโดยฝ่าฝืนมาตรา 40 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการโฆษณาโดยไม่ขออนุญาตตามมาตรา 41 มีโทษปรับไม่เกินห้าพันบาทตามมาตรา 71

เจ้าของแบรนด์ควรตรวจอัตราโทษและกฎหมายล่าสุดจากตัวบทจริงอีกครั้งก่อนอ้างอิง เพราะบทความนี้ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย และนอกจากโทษทางกฎหมายแล้ว ยังมีผลกระทบอื่น เช่น โพสต์ถูกลบ บัญชีโฆษณาถูกระงับโดยแพลตฟอร์ม และความเชื่อมั่นของลูกค้าที่เสียไป

เช็กลิสต์ก่อนโพสต์โฆษณาอาหารเสริมบน Facebook และ TikTok มีอะไรบ้าง

ใช้เช็กลิสต์นี้กับทุกชิ้นงาน ทั้งภาพ แคปชัน วิดีโอ เสียงบรรยาย คอมเมนต์ที่แอดมินตอบ และเนื้อหาที่ครีเอเตอร์โพสต์ให้

  1. ผลิตภัณฑ์มีเลขสารบบอาหารที่ตรวจพบในระบบของ อย. และชื่อบนฉลากตรงกับที่ลงทะเบียน
  2. ไม่มีข้อความหรือภาพที่สื่อว่ารักษา บรรเทา หรือป้องกันโรค
  3. ไม่มีตัวเลขผลลัพธ์ การรับประกันผล หรือคำว่า 100%
  4. ไม่ใช้ภาพก่อน-หลัง และไม่ใช้เรื่องเล่าของผู้ใช้ที่สื่อว่าโรคหาย
  5. ไม่อ้างแพทย์ งานวิจัย หรือรางวัลโดยไม่มีเอกสารยืนยัน
  6. ไม่ระบุสารอาหารหรือสารสำคัญเชิงสรรพคุณ นอกจากมีใบอนุญาตโฆษณา
  7. ถ้าโฆษณามีสรรพคุณ ต้องมีเลข ฆอ. และใช้ข้อความตามที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
  8. ตรวจคอมเมนต์และข้อความที่ตอบลูกค้า อย่าตอบเชิงรักษาโรค เช่น ลูกค้าถามว่าช่วยโรคนี้ได้ไหม
  9. ส่งแนวทางข้อความที่ใช้ได้ให้ครีเอเตอร์ทุกคน และตรวจงานก่อนโพสต์
  10. เก็บสำเนาโฆษณา วันที่โพสต์ และเอกสารอนุญาตไว้ ถ้ามีการแก้ข้อความให้เก็บเวอร์ชันเก่าด้วย

การควบคุมไม่ได้อยู่ที่ตัวโฆษณาอย่างเดียว แต่รวมถึงฉลากสินค้าที่ปรากฏในโฆษณา ข้อกำหนดเรื่องฉลากอ่านต่อได้ในบทความ ข้อกำหนดฉลากอาหารเสริม

เจ้าของแบรนด์ควรวางแผนโฆษณาอย่างไรตั้งแต่ก่อนผลิต

ปัญหาโฆษณามักเริ่มตั้งแต่การออกแบบสินค้า ถ้าสินค้าถูกออกแบบมาโดยตั้งเป้า “ต้องรักษาโรคนี้ให้ได้” จะหาข้อความขายที่ถูกกฎหมายได้ยาก ลองวางแผนตามนี้

  • กำหนดจุดขายที่พูดได้ เช่น รูปแบบการใช้งาน ความสะดวก ดีไซน์ แหล่งที่มาของแบรนด์
  • ปรึกษาโรงงานและผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ต้นว่าฉลากและโฆษณาควรเป็นอย่างไร
  • ถ้าต้องการพูดถึงประโยชน์ของสินค้า ให้วางงบและเวลาสำหรับขออนุญาตโฆษณาไว้ก่อน
  • อ่านขั้นตอนทั้งหมดของการเริ่มแบรนด์ได้ที่ สร้างแบรนด์อาหารเสริม

ในมุมของโรงงาน การเลือกรับผลิตอาหารเสริมกับโรงงานที่คุยเรื่องฉลากและข้อกำหนดอย่างตรงไปตรงมา ช่วยลดความเสี่ยงของแบรนด์ได้มาก Wellness G เป็นโรงงานที่ลำลูกกา ปทุมธานี มีประสบการณ์กว่า 20 ปี และผลิตตามแนวทาง GMP

ข้อมูลในบทความเป็นภาพรวมทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย กฎการโฆษณาอาหารมีการปรับปรุงได้ ควรตรวจกับ อย. หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้โฆษณาจริง

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

โฆษณาอาหารเสริมต้องขออนุญาตก่อนไหม

ถ้าโฆษณาแสดงคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร ต้องได้รับอนุญาตก่อนและแสดงเลขใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) ตามข้อมูลของ อย. ส่วนโฆษณาที่เนื้อหาไม่เข้าลักษณะแสดงสรรพคุณ อย. มีแนวทางแจ้งความประสงค์ผ่านระบบ e-submission แทนการขอรับใบอนุญาต ควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดกับกองอาหาร

ข้อห้ามโฆษณาอาหารเสริมที่สำคัญที่สุดคืออะไร

ห้ามโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณที่เป็นเท็จหรือหลอกลวงให้ผู้บริโภคหลงเชื่อโดยไม่สมควร และไม่ควรอ้างว่ารักษาหรือป้องกันโรค อาหารเสริมเป็นอาหาร ไม่ใช่ยา

มีรายการคำต้องห้ามโฆษณาอาหารเสริมแบบตายตัวไหม

ไม่ควรมองเป็นรายคำเพียงอย่างเดียว เพราะเจ้าหน้าที่พิจารณาความหมายและบริบทของทั้งโฆษณา ข้อความ ภาพ และเสียงรวมกัน ข้อความอย่างรักษาหาย ป้องกันโรค หรือการรับประกันผลมีความเสี่ยงสูง ถ้าไม่แน่ใจให้ปรึกษา อย. หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้

มีเลข อย. แล้วโฆษณาอะไรก็ได้ใช่ไหม

ไม่ใช่ เลข อย. แสดงว่าผลิตภัณฑ์ผ่านขั้นตอนขอเลขสารบบอาหาร แต่ไม่ได้แปลว่าข้อความโฆษณาได้รับอนุญาต อย. เคยระบุว่าผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมาย อย. ไม่ได้หมายความว่าโฆษณาถูกต้องตามกฎหมายเสมอไป

ตรวจใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) ได้ที่ไหน

ตรวจได้จากเมนูสืบค้นข้อมูลใบอนุญาตโฆษณาบนเว็บไซต์ของ อย. (fda.moph.go.th) โดยเทียบเลขและข้อความที่อนุญาตกับข้อความในโฆษณาจริง

ครีเอเตอร์หรือผู้รีวิวมีความเสี่ยงด้วยไหม

มี อย. เคยออกมาเตือนดารา อินฟลูเอนเซอร์ และแพทย์ที่รีวิวอาหารเสริมโดยอ้างรักษาโรค เจ้าของแบรนด์ควรส่งแนวทางข้อความที่ใช้ได้ให้ผู้รีวิวทุกคน และตรวจเนื้อหาก่อนโพสต์

Wellness G

ปรึกษาทีมงานเรื่องรับผลิต OEM

แจ้งรูปแบบผลิตภัณฑ์และแนวคิดแบรนด์ของคุณ ทีมงานจะแนะนำขั้นตอนถัดไป

โทร LINE